Individual Characters by Manita Songserm

ตัวอักษรคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่งได้อย่างตรงไปตรงมา …

นิทรรศการ ตัวอักษรและที่ว่าง (Individual Characters) ศิลปิน มานิตา ส่งเสริม จัดแสดงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 – 5 มกราคม 2563 The Jam Factory

มานิตา ส่งเสริม หลายคนรู้จักเธอในฐานะ กราฟิกดีไซน์เนอร์ หรือ นักออกแบบ เธอคือศิลปินรุ่นใหม่ที่สร้างผลงานผ่านตัวอักษร ตั้งแต่ปี 2556 (นิทรรศการ Cross Stitch จัดโดยหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร) นิทรรศการครั้งนี้ถือเป็นนิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของมานิตา ส่งเสริม ที่ทำงานร่วมกับ เดอะแจมแฟคทอรี่ แกลลอรี่

Manita Songserm, commonly known as a graphic designer, is an up-and-coming artist who has been using “type” to create her artwork since 2013. (The exhibition Cross Stitch was displayed at the Bangkok Art and Culture Centre or BACC) Individual Characters is going to be Manita Songserm’s first solo exhibition at The Jam Factory.

ตัวอักษรและที่ว่าง ประกอบไปด้วยพื้นที่จัดแสดงสองส่วน ส่วนแรกคือ กระบวนการสร้างงาน ผลงานที่ผ่านมา ส่วนที่สองคือผลงานที่สร้างใหม่ ที่แสดงผ่านผลงาน karəktəˈrɪstɪk เพราะความชอบต่องานสิ่งพิมพ์ จึงอยากเล่าเรื่องผ่าน wall text paper ซึ่งเป็นการหยิบตัวอักษรและวัตถุดิบที่เคยออกแบบไว้ ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์นิทรรศการ, โปสเตอร์ภาพยนตร์, ปกหนังสือ, สิ่งพิมพ์ และ exhibition graphic design นำมาทำ ใหม่ เหมือนเป็นการทดลองเล่นกับการจัดวางและแสดงความแตกต่างของเอกลักษณ์ของแต่ละตัวอักษรได้อย่างชัดเจน

The exhibition consists of two sections: the creation process and the newly created work named karəktəˈrɪstɪk. Due to her strong passion in printed matter, Manita would like to express herself through the wall text. The artist then conducted an experiment by incorporating and rearranging characters into her previous artwork, e.g. exhibition posters, movie posters, book covers, publications, or graphic designs. Subsequently, the idiosyncrasies of individual character became more prominent.

 ภาพโปสเตอร์นิทรรศการ ‘Mode of Liarsons’ หรือ ‘รยางค์สัมพันธ์’ มานิตาเลือกสื่อสารด้วยตัวอักษรแบบโครงเส้นที่ตัดขาดจากกัน แล้วใช้ลายเส้น (Drawing) ที่มาจากการเดินสายไฟฟ้าที่ยุ่งเหยิงในกรุงเทพฯ

นิทรรศการ ‘Mode of Liarsons’ หรือ ‘รยางค์สัมพันธ์’ จัดโดย Bacc หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และ Japan Foundation ในปี 2560 นิทรรศการที่มองชิ้นงานศิลปะเป็น ‘ดั่งสิ่งมีชีวิต’ มานิตาได้แรงบันดาลใจจากงานของศิลปินที่จัดแสดงโดยตรง ที่พูดถึงแนวความคิดเชิงชีววิทยา การปรับตัวและแปร สภาพของระบบนิเวศน์ จากการใช้ชีวิตของมนุษย์ ลายเส้นบนโปสเตอร์มีที่มาจากการเดินสายไฟฟ้าที่ยุ่งเหยิงในกรุงเทพฯ มันสะท้อนภาพการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกันอย่างตลกร้าย เหมือน ตัวแทน และภาพจำความเป็นอยู่แบบคนเมือง ให้เป็นตัวยึดความ สัมพันธ์และตัวเชื่อมระบบของตัวอักษรให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

Environmental graphic and identity design for a collaborative art project with curators from Japan and Southeast Asian countries.

จุดเริ่มต้นของซีรีส์ Typewriter Art เกิดจากศิลปินได้สำรวจตัวเองและพบว่า สิ่งที่ทำอยู่ มาโดยตลอดเป็นขั้นตอนพื้นฐานของการทำงานสิ่งพิมพ์ คือการจัดวางตัวอักษร ไม่ว่าจะในรูป แบบการจัดหน้าหนังสือต่างๆ งานของเธอจึงเป็นการจัดการก้อนข้อมูลจำนวนมหาศาลด้วยการแบ่ง สัดส่วนใน artboard ให้ลงตัว ผ่านผลงงาน The Two Areas, +, l และ ชุด karəktəˈrɪstɪk

ผลงานเหล่านี้จึงเป็นที่มาของการทดลองจัดวางในอีกรูปแบบหนึ่ง … มานิตาสนใจเทคนิคของโปรแกรมออกแบบ เช่น การเล่นกับ character แบบตัวอักษร, paragraph style รูปแบบการจัดหน้า, leading ความห่างระหว่าง บรรทัด, tracking ความห่างของตัวอักษร, kerning ช่องว่างระหว่างตัวอักษร ซึ่งแต่ละครั้งที่เรา เริ่มเรียงข้อความ เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าชิ้นงานที่เสร็จสมบูรณ์จะออกมาเป็นอย่างไร โดย แต่ละครั้งเราจะตั้งสมมุติฐานให้กับตัวเอง

โปสเตอร์นิทรรศการ สถานพักตากอากาศ RESORT เป็นงานที่มานิตาได้สำรวจตัวเองในอีกมุมมองหนึ่ง ซึ่งเธอบอกว่าได้พักจากการใช้โปรแกรมออกแบบ แล้วเริ่มจากการวางโครงสร้างด้วยการทำมือแทน

นิทรรศการนี้พูดถึงเรื่อง สถานที่ที่เป็นจินตนาการ (idealistic) เป็น ภาวะที่หยุดนิ่ง หรือ ชั่วโมงของการหยุดพัก ผลงานที่จัดแสดงส่วน ใหญ่เป็น installation art ที่มีธรรมชาติเป็นตัวกลาง เราจึงเลือกใช้ รูปภาพของ landscape มาเป็นต้นแบบการวาดมือด้วยการหารูปจาก Google Maps ยกตัวอย่าง เวลาเรากดดูภาพแบบ 4 dimension ในมุมกว้างๆ เราจะเห็นภาพภูมิทัศน์เหลือแค่เส้นขอบ ดูออกบ้างดูไม่ออกบ้าง โดยชื่อนิทรรศการก็ถูกออกแบบให้คล้ายกับเข็มทิศ รวมกับภาพลายเส้น (Drawing) สีน้ำเงินที่ดู surreal

An art exhibition for landscape of rest, using drawing technique present the cordial relation between human and nature.

หนังสือ แดงรวี วรรณกรรมไทยของ รงค์ วงษ์สวรรค์ ซึ่งเคยถูกตีพิมพ์ ไปแล้วในช่วงยุค Psychedelic art เมื่อ 16 ปีที่แล้ว ได้นำกลับมาจัด พิมพ์ใหม่เมื่อปี 2560 โดยสำนักพิมพ์ไจไจบุ๊คส์ Chaichai Books

หนังสือเล่าถึงหญิงสาวชื่อ แดงรวี ในหลายมุมมองจากหลายๆ บุคคล ภาษาของเรื่องมีความล้ำสมัยสำหรับยุคนั้น พอนำมารีปริ๊นท์ใหม่ ศิลปินมองว่าปกหนังสือน่าจะไปในทิศทางร่วมสมัย แต่ยังมีเอกลักษณ์ความพิศวงแบบ Psychedelic อยู่ มานิตาจึงออกแบบตัวอักษรชื่อ แดงรวี ให้เหลือเพียงเส้น outline นำมาผสมกับภาพวาดโดยพิชญา โชนะโต (ทราย) โดยให้ตีความ ออกมาเป็น curve ของผู้หญิงที่ซับซ้อนแบบสุดๆ แล้วนำองค์ประกอบ ทั้งหมดมารวมกัน โดยตัดสลับเป็นช่องสีต่าง ๆ

Book design for Dangravee by Thai National Artist, Rong Wongsawan, an anti-philosophy book that was firstly published in the period of Psychedelic art. Therefore, the designer uses intersection of colour blocks that convey ambiguity, combined with the digital typography to create a strange image which was inspired Vorticism art.

นิทรรศการ ตัวอักษรและที่ว่าง สะท้อนให้เห็นตัวตนของมานิตาได้อย่างชัดเจน เมื่อมองภาพผลงานโดยรวมของเธอเราจะพบว่า ตัวอักษรเป็นจุดแรกที่เรามองเห็น ตัวอักษรคือการสื่อสารรูปแบบหนึ่งได้อย่างตรงไปตรงมา

The current exhibition Individual Characters clearly reflects Manita’s personality. Apparently, the first thing one would notice when appreciating her work is type – a mode of direct communication. Yet her work is not limited only to typeface design.

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.